NVD 2.62 บาท +0.16 (6.50%)
EN
ปี 2563 ถือเป็นอีกหนึ่งปีแห่งความท้าทายของแทบทุกบริษัท ไม่เพียงเฉพาะ NVD นอกเหนือจากหลากหลายเหตุการณ์ที่เกิด ขึ้นในปี2562

ส่งผลกระทบต่อเนื่องทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว อีกทั้งยังเป็นอุปสรรคขัดขวางการเติบโตและความสามารถใน การทำกำไร ของธุรกิจโดยรวมแล้ว ประชาคมโลกยังต้องเผชิญ กับวิกฤตโรคระบาดขั้นรุนแรง โควิด-19 แพร่กระจายไปทั่วโลก อย่างรวดเร็ว ถึงขั้นที่ผู้นำหลายประเทศทั่วโลก ตัดสินใจปิด ประเทศอย่างเต็มรูปแบบ สำหรับ NVD นอกเหนือจากผลกระทบ ของ โควิด-19 แล้ว เรายังมีกระบวนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ผู้ถือหุ้นที่ดำเนินการอยู่ในช่วงครึ่งหลังของปีอีกด้วย แต่อย่างไร ก็ตาม วันนี้การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นดังกล่าว ได้ดำเนินการ สำเร็จลุล่วงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถึงแม้โควิด-19 ยังคงเป็นส่งผล กระทบ แต่พวกเราพร้อมและมุ่งมั่นเดินหน้าอย่างเต็มกำลังความ สามารถ ในการสร้างพื้นฐานเพื่อ “การเติบโตอย่างมีคุณภาพ”

Unprecedented Impacts

ด้วยความหวาดกลัวการจะติดเชื้อโควิด-19 พฤติกรรมของผู้บริโภค เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและไม่เคยเป็นมาก่อน ธุรกิจการบิน และการท่องเที่ยว ได้รับผลกระทบโดยตรงและรุนแรงแบบไม่ทัน ได้เตรียมตัวส่วนธุรกิจอื่น ๆถึงแม้จะไม่ทางตรงแต่ก็ไม่สามารถ หลีกเลี่ยงผลกระทบได้พ้น ผู้บริโภคส่วนใหญ่ชะลอการตัดสินใจ จับจ่ายใช้สอยอย่างระมัดระวัง อีกทั้งความคืบหน้าในการผลิต วัคซีนก็ยังไม่ชัดเจนในขณะนั้น ผู้ประกอบการพัฒนาธุรกิจอสังหา ริมทรัพย์จึงเหลือเพียงอุปสงค์ที่แท้จริง (real demands) ซึ่งมี จำนวนไม่มากแต่มีอำนาจต่อรองสูง เนื่องจากต้องแย่งชิงกัน ระหว่างผู้ประกอบการด้วยกันเอง และนักเก็งกำไรที่ช้อนซื้อ สินทรัพย์ ในช่วงเศรษฐกิจขาลง ซึ่งต้องเผชิญกับความเข้มงวด ในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ทั้งหมดนี้ส่งผลกระทบ ต่อการเติบโต และอัตราผลกำไรของบริษัทอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Change in Shareholding Structure

การเจรจาซื้อ-ขายหุ้นระหว่างผู้ถือหุ้นใหญ่ทั้งสองกลุ่มของ บริษัทฯ เริ่มต้นเมื่อประมาณกลางปีที่ผ่านมา ในภาวะวิกฤติ เป็นเรื่องปกติที่ทุกบริษัทต้องทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด เช่น การเพิ่มแหล่งรายได้และกำไร หรือการขยายฐานลูกค้าเป้าหมาย ให้ครอบคลุมกลุ่มผู้บริโภคมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งอาจเป็นเหตุให้ เกิดการทับซ้อนทางทางธุรกิจของบริษัทใหญ่และบริษัทย่อย ที่เป็น บริษัทจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทั้งคู่

เดิมที กลุ่มเนอวานา เข้าเป็นบริษัทย่อยในเครือสิงห์ เอสเตท ในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยแนวราบ จากการที่ NVD ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ มาตั้งแต่ต้นปี2560 จำต้องขยายโมเดลธุรกิจไปยังธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อลดความผันผวน ขึ้น-ลงตามวัฏจักรเศรฐกิจให้น้อยลงดังนั้น การออกจากการเป็นบริษัทในเครือสิงห์เอสเตท จึงเป็นทางออก ที่ดีในการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงเรื่องการทับซ้อนทางธุรกิจ และ การแข่งขันกันเองระหว่างบริษัทในเครือ จากการขยายโมเดลธุรกิจ ของ NVD

Resuming “Quality of Growth” Goal

การที่บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ ได้นั้น โมเดลทางธุรกิจจำเป็นต้องมีอย่างน้อย 4 สายธุรกิจ คือ (1) ธุรกิจซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ (2) ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพื่อขาย (3) ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่า และ (4) ธุรกิจ รับบริหาร-จัดการอสังหาริมทรัพย์ หลังจากการจัดการเรื่อง โครงสร้างผู้ถือหุ้นได้สำเร็จลุล่วงไปแล้ว NVD จะกลับมาเดินบน เส้นทางที่ตั้งใจไว้เดิมเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายแห่ง “การเติบโตอย่างมี คุณภาพ”กล่าวคือการเพิ่มธุรกิจใหม่ๆ ทั้งที่พัฒนาขึ้นเองภายใน บริษัทฯ และ/หรือ การร ่วมพัฒนากับพันธมิตรทางธุรกิจผู้มี ความเชี่ยวชาญพิเศษในธุรกิจนั้นๆ ทั้งนี้เพื่อรากฐานการเติบโต ของผลประกอบการที่มีเสถียรภาพและยั่งยืนต่อไป

ในฐานะประธานกรรมการบริษัท ผมขอให้มั่นใจว่าคณะกรรมการ บริษัท จะทำหน้าที่ของพวกเรา ในการกำกับดูแลการดำเนินงาน เพื่อประโยชน์สูงสุดของทุกภาคส่วน ภายใต้หลักธรรมาภิบาล และหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมถึงการปรับตัวให้ว่องไว ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสภาพแวดล้อมทาง ธุรกิจในปัจจุบัน พวกเราขอขอบคุณ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนบริษัทฯ ด้วยดีเสมอมา

นายวิเชียร เจียกเจิม

ประธานกรรมการบริษัท