NVD 2.86 บาท -0.04 (-1.38%)
EN

การดำเนินงานตามนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนครอบคลุมทุกกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ พนักาน เด็ก สตรี คนพิการ คู่ค้า และแรงงานต่างชาติ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการดำเนินงานที่ละเมินสิทธิมนุษยชน ทั้งในกิจกรรมโดยตรง และผู้ที่เกี่ยวข้องให้ห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ

นโยบายและแนวทางปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรมและเคารพสิทธิมนุษยชน

บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับ High End และเป็นผู้นำในการสร้างบ้านที่มีดีไซน์ในสไตล์ Natural Modern ที่ทันสมัยเหมาะกับการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ในรูปแบบใหม่ภายใต้แนวคิด Living Revolution สะท้อนผ่านการสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยแบบสมดุล (Life Balancing) โดยผสมผสานระหว่าง Modern Living Design และ Modern Living Innovation เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ตระหนักถึงและเคารพสิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล จึง ได้ประกาศนโยบายการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรมและเคารพสิทธิมนุษยชนฉบับนี้ เพื่อให้มั่นใจว่า บริษัทฯ ได้มีการดำเนินงานอย่างมีความรับผิดชอบ ปฏิบัติตามกฎหมายและหลักสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน รวมถึงหลักการและสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ มาเป็นแนวทางปฏิบัติด้านการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งองค์กร

ขอบเขต

นโยบายฉบับนี้ครอบคลุมการดำเนินการทั้งหมดของบริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย รวมถึงการดำเนินกิจกรรมของพนักงาน และคู่ค้าทางธุรกิจ

แนวทางปฏิบัติ

  1. แนวปฏิบัติด้านการใช้แรงงานบังคับ บริษัทฯ จะไม่กระทำหรือสนับสนุนให้มีการใช้แรงงานบังคับในทุกรูปแบบ และจะไม่เรียกร้องหรือรับเงิน จากลูกจ้าง ไม่ว่าเมื่อเข้าทำงาน หรือรับเข้าทำงานแล้ว หรือเป็นเงื่อนไขในการรับเข้าทำงานเว้นแต่กฎหมายยกเว้นไว้ รวมทั้งไม่ใช้การลงโทษทางกาย หรือการคุกคามจากการถูกกระทำรุนแรง หรือรูปแบบอื่นๆ ของการข่มเหงทางกาย เพศ จิตใจ หรือทางวาจา
  2. แนวปฏิบัติด้านการใช้แรงงานเด็ก บริษัทฯ จะไม่ว่าจ้างหรือสนับสนุนให้มีการว่าจ้างเด็ก ที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี และในกรณีที่จ้างเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี จะไม่ให้หรือสนับสนุนให้แรงงานเด็กทำงานที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัย หรืออยู่ในสภาวะแวดล้อมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัยและความปลอดภัย
  3. แนวปฏิบัติด้านการใช้แรงงานหญิง บริษัทฯ จะไม่ให้ลูกจ้างหญิงทำงานที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือร่างกายตามที่กฎหมายกำหนด และจะจัดให้ลูกจ้างหญิงที่มีครรภ์ทำงานหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยต่อการมีครรภ์ รวมถึงจะไม่เลิกจ้าง ลดตำแหน่ง หรือลดสิทธิประโยชน์ สวัสดิการต่างๆ ของลูกจ้างหญิง เพราะเหตุจากการมีครรภ์
  4. แนวปฏิบัติการใช้แรงงานต่างด้าวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบและมีจริยธรรม โดยเฉพาะการจ้างแรงงานต่างด้าวของบริษัทฯ และคู่ค้าธุรกิจให้ถูกต้องตามกฎหมายทั้งในเรื่องสัญญาจ้าง ใบอนุญาตทำงานต่างด้าว ค่าจ้างและสภาพการทำงานที่ปลอดภัยเพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของคู่ค้าธุรกิจและบริษัทฯ ให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน
  5. แนวปฏิบัติด้านการแบ่งแยก หรือเลือกปฏิบัติ บริษัทฯ จะไม่กระทำการหรือสนับสนุนให้มีการเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน การจ่าย
  6. แนวปฏิบัติด้านสภาพแวดล้อมในการทำงานและคุณภาพชีวิตแรงงาน บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการให้พนักงานทุกคนของบริษัทฯ ปฏิบัติงานอย่างมีมาตรฐาน ส่งเสริมสภาพการจ้างงานที่เหมาะสมให้แก่พนักงาน รวมถึงดูแลสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย เพื่อให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถปฏิบัติงานได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต ตลอดจนใส่ใจในมาตรฐานอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในระดับสูง โดยจะทุ่มเทในการป้องกันอุบัติเหตุ การบาดเจ็บและอาการเจ็บป่วยที่เกิดจากการทำงาน ภายใต้การคุ้มครองและการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมบนพื้นฐานทางสังคม และตามบทบัญญัติของกฎหมายแรงงานที่ว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน สวัสดิการแรงงาน แรงงานสัมพันธ์และความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวข้องโดยจะมีการทบทวน พัฒนาและปรับปรุงให้เหมาะสมอยู่เสมอ
  7. แนวปฏิบัติ ด้านความรับผิดชอบเกี่ยวกับการถูกคุกคามและหรือถูกล่วงละเมิดทางเพศ บริษัทฯ ส่งเสริมสภาพการทำงานที่ให้เกียรติกัน และมีมาตรการป้องกันมิให้ลูกจ้างของบริษัทฯ ถูกคุกคามและถูกล่วงละเมิดทางเพศ โดยการแสดงออกด้วยคำพูด ท่าทาง การสัมผัสทางกาย หรือด้วยวิธีการอื่นใด รวมถึงการใช้ความรุนแรงต่อสตรี หากลูกจ้างถูกคุกคาม และหรือถูกล่วงละเมิดทางเพศ บริษัทฯ จะดำเนินการพิจารณาโทษทางวินัยกับผู้ที่กระทำความผิดตามกฎข้อบังคับการทำงานของบริษัทฯ อย่างเคร่งครัด
  8. แนวปฏิบัติด้านค่าตอบแทนการทำงานและชั่วโมงการทำงาน บริษัทฯ จะจ่ายค่าจ้างและค่าตอบแทนการทำงานหรือค่าล่วงเวลาให้แก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ และจะให้ลูกจ้างได้รับรู้ ข้อมูลเกี่ยวกับค่าจ้างและค่าตอบแทนการทำงานที่ได้รับทั้งหมดในแต่ละงวดเป็นลายลักษณ์อักษรและสามารถเข้าใจรายละเอียดส่วนประกอบต่างๆ ได้ รวมถึงค่าชดเชย และสิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับตามกฎหมาย บริษัทฯ จะไม่ให้ลูกจ้างทำงานนานเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้รวมถึงการทำงานล่วงเวลาและทำงานในวันหยุด โดยมีการระบุเวลาการทำงานปกติ กำหนดเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของการทำงานพนักงานอย่างชัดเจน โดยระยะเวลาไม่เกินเวลาของงานแต่ละประเภทตามที่กฎหมายกำหนด การกำหนดให้มีเวลาพักระหว่างปฏิบัติงาน และพัก
  9. แนวปฏิบัติด้านการเลิกจ้างและการจ่ายค่าชดเชย บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งได้กำหนดหน้าที่ของนายจ้างและสิทธิของลูกจ้างกรณีการเลิกจ้างไว้ดังนี้
    • บริษัทฯ จะไม่ทำการเลิกจ้างพนักงานลูกจ้างโดยปราศจากเหตุผลอันสมควรที่เกี่ยวข้องกับความสามารถหรือพฤติกรรมของลูกจ้าง
    • ลูกจ้างจะได้รับการแจ้งให้ทราบก่อนการเลิกจ้างหรือได้รับเงินค่าชดเชยซึ่งถูกต้องตามที่กฎหมายแรงงานได้กำหนดไว้ เว้นแต่ลูกจ้างจะกระทำความผิดอย่างร้ายแรง
  10. แนวทางปฏิบัติสำหรับคู่ค้าทางธุรกิจ ผู้รับเหมา บริษัทฯ สนับสนุนการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนกับคู่ค้าทางธุรกิจ รวมถึงคู่ค้าและผู้รับเหมาโดยครอบคลุมไปถึงการไม่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการละเมิดและสร้างผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้การประกอบธุรกิจของคู่ค้าและผู้รับเหมาทุกรายอยู่บนพื้นฐานของการเคารพสิทธิมนุษยชน จึงจะต้องปฏิบัติตามนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ อย่างเคร่งครัด ดังนี้
    • ดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานความถูกต้อง โปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริต มีจริยธรรม
    • ปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานสากลด้านสิทธิแรงงานอย่างเคร่งครัด
    • เคารพในความเสมอภาคของบุคคลและหลีกเลี่ยงการเลือกปฏิบัติ

สนับสนุนสภาพการจ้างงานที่ดี รวมถึงการดูแลสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยแก่พนักงาน ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับด้านสิทธิ

ในปี 2563 บริษัทฯ ไม่มีเรื่องร้องเรียนการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกลุ่มพนักงาน เด็ก สตรี คนพิการ คู่ค้า และแรงงานต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับบริษัทและคู่ค้า

เนอวานา ไดอิ มีแนวทางปฏิบัติตามกฎหมายการจ้างคนพิการ โดยดำเนินการส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมแห่งความเท่าเทียม

พนักงานถือว่าเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของบริษัทฯ เนื่องจากพนักงานเป็นผู้ผลักดันภารกิจต่างๆ ของกิจการให้สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ การส่งเสริมให้พนักงานมีความรู้ ความสามารถ ให้สอดคล้องตามเป้าหมายและกลยุทธ์ของบริษัทฯ ตลอดจนมีคุณลักษณะที่ดี และทัศนคติที่ดีต่อบริษัทฯ เพื่อให้บริษัทฯ สามารถเติบโตก้าวหน้า และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังเป็นการเตรียมความพร้อมของพนักงานให้สามารถ รองรับการขยายตัวในอนาคต บริษัทฯ จึงได้กำหนดแนวทางในการพัฒนาพนักงาน เพื่อให้สอดคล้องและสนับสนุนเป้าหมายและบรรลุวัตถุประสงค์ของบริษัทฯ ต่อไป

การฝึกอบรมพัฒนา ฝึกอบรมมากกว่า 100

Development Plan 2019

class="text-blue"แนวทางพัฒนาที่มีความครอบคลุม Competency ทั้ง 3 ด้าน

แนวทางการพัฒนา 3 ส่วนคือ

  • Corporate Development
  • Sales Development
  • Construction Development

ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • Potential Evaluated
  • Work Process improvement
  • Customer Service improvement
  • Team Core Competency

บริษัทฯ ตระหนักและให้ความสำคัญต่อการพัฒนาความรู้ความสามารถของพนักงานในทุกระดับ โดยเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคน ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาทำงานกับบริษัท ได้เพิ่มพูนความรู้ ทักษะ และทัศนคติในการทำงานให้สอดรับกับตำแหน่งงานนั้นๆ โดยบริษัทฯ มีแนวทางในการพัฒนาที่หลากหลาย เช่น การปฐมนิเทศ การจัดอบรมสัมมนาทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ และทิศทางการดำเนินธุรกิจประกอบ

  1. แผนการฝึกอบรม

    การพัฒนาและฝึกอบรมระยะสั้น

    เพื่อให้ทราบข้อมูลที่สำคัญและจำเป็นต่างๆ โดยพิจารณา ตามความเหมาะสม อาทิ เช่น วิสัยทัศน์ พันธกิจ ยุทธศาสตร์ของบริษัท / Business Company / นโยบายด้านทรัพยากรบุคคล / มาตรฐานความปลอดภัยและชีวอนามัย / ระบบการจัดการคุณภาพ ISO 9001 / Risk Management and Safety / การปฐมนิเทศในหน่วยงานเพื่อรับมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบ (OJT) / นโยบายด้านสารสนเทศและข้อกำหนดการใช้ Social Media

    การพัฒนาและฝึกอบรมระยะกลาง

    เป็นการอบรมเพื่อพัฒนาความสามารถหรือสมรรถนะ (Competency Training) ของพนักงาน โดยบริษัทฯ ได้มีการจัดอบรมให้กับพนักงานทั้งระดับปฏิบัติการ และระดับบริหารทั้งรูปแบบการอบรมภายใน (In-house training) และการอบรมภายนอก (Public training) ซึ่งได้รับผลตอบรับในการเข้าพัฒนาและฝึกอบรมจากพนักงานทุกระดับเป็นอย่างดี

    การพัฒนาและฝึกอบรมระยะยาว

    บริษัทฯ จึงได้วางแผนที่จะจัดทำ Career Path ที่เหมาะสมและสัมพันธ์กับความสามารถ (Competency) ของพนักงานซึ่งเป็นเกณฑ์หนึ่งของเส้นทางหรือแผนผังความหน้าในสายอาชีพของพนักงานที่เริ่มตั้งแต่ก้าวเข้าสู่องค์กร การก้าวขึ้นเป็นผู้บริหาร จนกระทั้งเกษียณอายุ

โดยหลักสูตรที่มีการอบรมในปี 2563 ดังนี้

  1. Growth mindset สำหรับพัฒนาทักษะการทำงาน
  2. การวัด ROI กับงาน HR
  3. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  4. CFO Refresher Course
  5. กระบวนการขายและทักษะการขายในเชิงปรึกษา
  6. จิตวิทยาในการขายและการสร้างแรงจูงใจ
  7. ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี ปี 63
  8. TFRS ปี64
  9. ความเหมือนและความแตกต่างของหลักบัญชีกับหลักภาษีสรรพากรของ TFRS ใหม่ ปี63
  10. CFO 2021
  11. Transfer Pricing Documentation
  12. PACK 5+1 การจัดทำงบการเงินรวม ให้ถูกต้องตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน (หลักสูตรใหม่ 2563)
  13. สรุปใจความสำคัญมาตรฐานรายงานทางการเงิน 3 ฉบับ TFRS15, TFRS 16 และ TFRS 9
  14. ภาษีเงินได้
  15. การบริหารความเสี่ยง (Risk Management)
  16. จรรยาบรรณทางธุรกิจ
  17. Anti-Corruption and Environmental Responsibility

ในปี 2563 ที่ผ่านมา บริษัทฯ จัดหลักสูตรการฝึกอบรมภภายใน รวมทั้งส่งพนักงานไปอบรมกับสถาบันภายนอก (Public Training) โดยครอบคลุมพนักงานระดับปฏิบัติการ ผู้บริหารระดับต้น ผู้บริหารระดับกลาง และผู้บริหารระดับสูง ครอบคลุมทุกสายงานอาชีพ โดยผลการประเมินความพึงพอใจในการฝึกอบรม (In-house training) เฉลี่ยที่ร้อยละ 82 และใช้งบประมาณในการพัฒนาบุคลากรเป็นจำนวน 249,743.98 บาท โดยจำนวนชั่วโมงฝึกอบรมเฉลี่ยทั้งปี 3.20 ชั่วโมง/คน/ปี

ข้อมูลการฝึกอบรมของพนักงานแยกตามระดับ ชั่วโมง/คน/ปี
จำนวนชั่วโมงฝึกอบรมเฉลี่ยของพนักงานระดับปฏิบัติงาน 3.54
จำนวนชั่วโมงฝึกอบรมเฉลี่ยของผู้บริหารระดับต้น 2.88
จำนวนชั่วโมงฝึกอบรมเฉลี่ยของผู้บริหารระดับกลาง 2.47
จำนวนชั่วโมงฝึกอบรมเฉลี่ยของผู้บริหารระดับสูง 2.00
ข้อมูลการฝึกอบรมของพนักงานแยกตามเพศ ชั่วโมง/คน/ปี
จำนวนชั่วโมงฝึกอบรมเฉลี่ยของพนักงานทั้งหมด 3.20
จำนวนชั่วโมงฝึกอบรมเฉลี่ยของพนักงานหญิง 4.84
จำนวนชั่วโมงฝึกอบรมเฉลี่ยของพนักงานชาย 1.40
ข้อมูลการฝึกอบรม ชั่วโมง/คน/ปี
หลักสูตรฝึกอบรมภายใน (In-House Training) 2.78
หลักสูตรฝึกอบรมกับภายนอก (Public Training) 0.42

ตั้งแต่ปี 2560 บริษัทฯ มีการสำรวจความผูกพันของพนักงานที่มีต่อองค์กร (Employee Engagement Survey) เพื่อสำรวจความคิดเห็นในด้านต่างๆ เช่น สภาพแวดล้อมในการทำงาน ผลตอบแทนและสวัสดิการ ซึ่งทางบริษัท ได้นำข้อมูลเหล่านี้มาเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดและปรับปรุงนโยบายต่างๆ เพื่อให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และยืดหยุ่นกับพนักงานยิ่งขึ้น โดยหัวข้อในแบบสำรวจมีทั้งหมด 3 ด้าน ดังนี้

  1. Say-Speak positively about the organization to co-workers, potential employees, and customers.
  2. Stay-Have an intense sense of belonging and desire to be a part of the organization.
  3. Strive-Are motivated and exert effort toward success in their job and for the company.

ค่าเฉลี่ยความผูกพันของพนักงานในองค์กรปี 2560 เท่ากับร้อยละ 44 โดยในปี 2561 ค่าเฉลี่ยความผูกพันของพนักงานในองค์กรเท่ากับร้อยละ 51 และปี 2562 ค่าเฉลี่ยความผูกพันของพนักงานในองค์กร เท่ากับร้อยละ 77 ซึ่งพัฒนาเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 7 และร้อยละ 26 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตามลำดับ ซึ่งผู้บริหารทุกคนตระหนักและมีส่วนร่วมในการสร้างความผุกพันให้แก่พนักงาน ส่งผลให้ค่าเฉลี่ยความผูกพันของพนักงานในองค์กรเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยในปี 2562 ค่าเฉลี่ยความผูกพันของพนักงานในองค์กร เท่ากับร้อยละ 77 ซึ่งถือว่าบริษัทฯ อยู่ในระดับ Top Quartile of Asia Pacific ส่วนในปี 2563 บริษัทฯ ยังไม่ได้ดำเนินการสำรวจความผูกพันของพนักงานที่มีต่อองค์กรเนื่องจากภาวะวิกฤต Covid-19 ดังนั้น บริษัทจึงมีนโยบายการประเมินผลความพึงพอใจของพนักงานเป็น 2 ครั้ง/ปี โดยเริ่มจาก ปี 2563 เป็นต้นไป